ReadyPlanet.com
dot dot
dot
  •  ความรู้เกี่ยวกับแว่นตา/สายตา
dot
dot
  •  ข้อแนะนำในการตัดแว่นตา
dot
dot
  •  บริหารจัดการ
dot
dot
  •  รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
dot
  •  Newsletter

dot


โลชั่นดับกลิ่นตัว, โลชั่นดับกลิ่นกาย, โลชั่นดับกลิ่นรักแร้, โลชั่นดับกลิ่นเต่า, โลชั่นดับกลิ่นเท้า, โลชั่นดับกลิ่นในที่ลับ, โลชั่นดับกลิ่นในจุดซ่อนเร้น, โลชั่นดับกลิ่นรองเท้า, โลชั่นดับกลิ่นถุงเท้า, กำจัดกลิ่นตัวแรง,ดับกลิ่นตัวแรง,ปัญหากลิ่นตัวแรง,ปั
ตรวจสอบสถานะ EMS และไปรษณีย์ลงทะเบียน
กาแฟ, กาแฟสด, เปิดร้านกาแฟสด, อุปกรณ์ร้านกาแฟสด, ธุรกิจร้านกาแฟสด, ทำร้านกาแฟสด, ทำธุรกิจร้านกาแฟสด, ธุรกิจเสริม, ร้านกาแฟสด
กรอบแว่นตา, กรอบแว่นสายตา, แว่นตา,ร้านแว่นตา, ตัดแว่นตา, ร้านแว่น, แว่นตาราคาถูก, ตัดแว่นสายตา, แว่นสายตา, สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง, เลนส์แว่นตา, ร้านตัดแว่นสายตา


เกี่ยวกับสายตา

ความรู้เรื่องสายตาเบื้องต้น

กายวิภาคของตา

 
ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมากส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะทำหน้าที่ในการมองเห็นต่อโลกภายนอก การบำรุงสุขภาพตาเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักมองข้าม ซึ่งอาจทำให้บางคนสูญเสียสายตาถาวรจากการที่ไม่ได้ รับการรักษาในระยะแรก นำมาสู่ความทุกข์ทั้งกายและใจ ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญในการรักษา ดวงตาเพื่อให้การมองเห็นที่ดีคงอยู่กับเราตลอดไป  ดวงตามีหน้าที่คล้ายคลึงกับกล้องถ่ายรูป โดยยอมให้แสงผ่านจากกระจกตา (cornea) เข้าสู่รูม่านตา ซึ่งจะปรับเปลี่ยนขนาดตามปริมาณแสง คล้ายกับ shutter ในกล้องถ่ายรูป แสงที่เข้ามาในลูกตาจะถูกโฟกัส ที่บริเวณจอประสาทตา (retina) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฟิล์ม จากนั้นมีการส่งสัญญาณไปสู่สมองเพื่อแปลผล เป็นภาพ
 

สายตาปกติเป็นผลของการที่แสงโฟกัสผ่านกระจกตา (Cornea) และเลนส์แก้วตา (Crystalline Lens) ลงพอดีที่จอประสาทตา(Retina) ถ้ากำลังการรวมแสง (Refractive power) ของตาไม่พอดีกับความยาวลูกตา เป็นผลให้การรวมแสงของตาตกไม่พอดีที่จอประสาทตา เกิดภาวะสายตาผิดปกติ (Refractive errors หรือ Ametropia)

สายตาสั้น 
 
สายตาสั้น (Near-sightedness หรือ Myopia)
หมายถึงการที่ภาพของวัตถุสิ่งของที่อยู่ในระยะไกล เมื่อผ่านเข้ามาในตาของเราแล้วภาพของวัตถุนั้นโฟกัสตกก่อนที่ถึงจอประสาทตา ทำให้ภาพบนจอประสาทตาไม่โฟกัสเบลอไม่ชัด แต่เมื่อเลื่อนวัตถุนั้นเข้าใกล้มาเรื่อยๆ หรือเราเดินใกล้วัตถุนั้นมากขึ้น ภาพที่ผ่านเข้ามาในตาของเราก็เลื่อน ใกล้จอประสาทตามากขึ้นจนกระทั่งภาพนั้นโฟกัสบนจอประสาทตาพอดี เราก็จะเห็นวัตถุนั้นชัด ฉะนั้นสายตาสั้นก็จะหมายถึงการที่คนๆนั้นสามารถเห็นวัตถุ สิ่งของรอบตัวได้ชัดเจนในระยะใกล้ แต่ถ้าวัตถุสิ่งของนั้นอยู่ไกลออกไปก็จะเห็นได้ไม่ชัดเจน ส่วนระยะทางว่ามองได้ไกลมากน้อยแค่ไหนแล้วจึงมีอาการ ไม่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับสายตาสั้นว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน ยิ่งมีสายตาสั้นมากระยะที่จะเห็นได้ชัดเจนจะยิ่งใกล้ตัวมากกว่า ถ้าสายตาสั้นน้อยกว่าก็จะสามารถ เห็นได้ชัดเจนในระยะที่ไกลกว่า

จากระยะที่ภาพของวัตถุนั้นตกบนจอประสาทตาพอดีแล้ว ถ้าเรายังเลื่อนวัตถุให้ใกล้เข้ามาอีก ถ้าตาของเราไม่สามารถ Accommodation ได้เลย Accommodation หมายถึงการที่เลนส์ตาของเราปรับกำลังเลนส์ เพื่อเพิ่มกำลังเลนส์ในการรวมแสงให้ตกบนจอประสาทตาของเราโดยอัตโนมัติ) ภาพของ วัตถุนั้นก็จะเริ่มตกเลยจอประสาทตาไปทำให้ภาพก็จะเริ่มไม่ชัดอีกครั้ง แต่ในความเป็นจริงธรรมชาติของคนเรา เลนส์ตาของเราจะมีระบบปรับโฟกัสอัตโนมัติ ทำให้เราสามารถดูสิ่งต่างๆ ในระยะใกล้รอบตัวได้ชัดเจน แต่ระบบการปรับโฟกัสอัตโนมัตินี้จะเสื่อมประสิทธิภาพลงโดยเฉลี่ยเมื่อคนเราอายุใกล้ 40 ปี

ในการแก้ไขสายตาสั้นโดยการที่เราใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์  ซึ่งเป็นเลนส์เว้าช่วยกระจายแสงให้ถึงจอประสาทตา จะทำให้ภาพของวัตถุ ที่อยู่ในระยะไกลตกบนจอประสาทตาพอดี ทำให้ภาพของวัตถุที่อยู่ในระยะไกลชัดเจน เมื่อเราใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ที่แก้ไขสายตาสั้นแล้วนั้น มองระยะอื่นๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ระบบ Accommodation ของตาเราจะปรับโฟกัสอัตโนมัติทำให้เราเห็นได้ชัดเจนทุกระยะ


สายตายาว
 
สายตายาวโดยกำเนิด (Far-sightedness, Hypermetropia หรือ Hyperopia)

สายตายาวหมายถึงการที่ภาพของวัตถุสิ่งของที่อยู่ในระยะไกล เมื่อผ่านเข้ามาในตาของเราแล้วภาพของวัตถุนั้นโฟกัส ด้านหลังเลยจอประสาทตา ทำให้ภาพที่เกิดบนจอประสาทตาไม่โฟกัสเบลอไม่ชัดในสภาวะที่ตาของเราไม่ Accommodation เลย แต่ในความเป็นจริงธรรมชาติของคนเราเลนส์ตาของ เรามีระบบ Accommodation ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มกำลังเลนส์ตาอัตโนมัติ ช่วยให้ภาพที่ตกเลยจอประสาทตามาตกบนจอประสาทตาพอดีทำให้เราสามารถ มองวัตถุในระยะไกลได้ชัดถึงแม้เรามีสายตายาว แต่ถ้าวัตถุสิ่งของนั้นเลื่อนใกล้เข้ามามากขึ้น ภาพของวัตถุสิ่งของก็จะตกเลยจอประสาทตาไกลออก ไปมากขึ้น เป็นเหตุให้ตาของเราต้อง Accommodation มากขึ้นเพื่อให้ภาพตกบนจอประสาทตาพอดี ตาของเราต้องทำงานมากขึ้นแต่ความสามารถในการ Accommodation ก็มีขีดจำกัดเป็นเหตุให้อาจจะมองวัตถุใกล้ตัวมากไม่ชัดนักหรือมีอาการปวดตาได้ขึ้นอยู่กับค่าสายตายาวของบุคคลนั้นๆ และกำลังความ สามารถในการ Accommodation ของแต่ละบุคคล ซึ่งความสามารถในการ Accommodation นี้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของแต่ละคนด้วย

การแก้ไขสายตายาวด้วยแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ ซึ่งเป็นเลนส์นูนช่วยในการรวมแสงที่ตกเลยจอประสาทตาให้ตกบนจอประสาทตาพอดี จะทำให้ภาพของวัตถุที่อยู่ในระยะไกลตกบนจอประสาทตาพอดีทำให้ภาพของวัตถุที่อยู่ในระยะไกลชัดเจนโดยไม่ต้อง Accommodation เมื่อเราใส่แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ที่แก้ไขสายตายาวนั้นมองระยะอื่นๆใกล้เข้ามาเรื่อย ระบบ Accommodation ของตาจะปรับโฟกัสอัตโนมัติทำให้เราเห็นชัดเจนได้ทุกระยะ โดยไม่ต้องใช้กำลัง Accommodation ในการมองไกล ทำให้ระบบ Accommodation ทำงานได้ปกติทำให้เรามองระยะใกล้ได้ชัดเจนด้วย


สายตาเอียง
 
สายตาเอียง (Astigmatism)

สายตาเอียงหมายถึงการที่ภาพของวัตถุในแกนหนึ่งของตาตกคนละจุดกับภาพของวัตถุในอีกแกนหนึ่งของตา ซึ่งผลก็คืออาจจะทำให้ภาพของวัตถุ นั้นคมชัดในแนวหนึ่งและเบลอในอีกแนวหนึ่งซึ่งตรงข้ามกัน เช่นถ้ามองดูเลข 6,8,9,5 และ 0 ถ้าภาพของวัตถุนั้นเห็นขอบคมชัดในแนวตั้งและไม่ชัดใน แนวนอนผลก็คือเลขที่กล่าวมานั้นจะทำให้แยกแยะได้ยากว่าเป็นเลขอะไรซึ่งสายตาเอียงนี้จะมีทั้งที่   ภาพตกก่อนถึงจอประสาทตาทั้ง2แกนแต่ตกคนละจุด, ภาพแกนหนึ่งตกก่อนจอประสาทตาและอีกแกนหนึ่งตกบนจอประสาทตาพอดี, ภาพแกนหนึ่งตกก่อนจอประสาทตาภาพแกนหนึ่งตกหลังจอประสาทตา, ภาพแกนหนึ่งตกบนจะประสาทตาพอดีและอีกแกนหนึ่งตกหลังจอประสาทตา หรือ ภาพตกหลังจอประสาทตาทั้ง2แกน
               
จากการที่มีสายตาเอียงจะทำให้เรามองเห็นวัตถุสิ่งของรอบตัวไม่ว่าไกลหรือใกล้ก็จะมีอาการภาพไม่คมชัด การใส่แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ เพื่อให้ภาพทั้ง2แกนตก ณ จุดเดียวกันบนจอประสาทตาเพื่อให้เราสามารถเห็นวัตถุสิ่งของนั้นคมชัดขึ้น
สายตายาวผู้สูงอายุ
สายตายาวผู้สูงอายุหมายถึงการที่ภาพของวัตถุสิ่งของที่อยู่ในระยะไกลสามารถโฟกัสบนจอประสาทตาได้พอดีและเมื่อเลื่อนวัตถุสิ่งของนั้นใกล้เข้ามา ระบบ Accommodation จะทำการปรับโฟกัสอัตโนมัติเพื่อให้ภาพยังตกที่จอประสาทตาพอดี แต่ธรรมชาติของคนเราเมื่ออายุมากขึ้น ประสิทธิภาพของระบบ Accommodation จะลดลงเรื่อยๆ จนถึง ณ จุดหนึ่งซึ่งระบบ Accommodation เหลือไม่เพียงพอที่เราจะถือหนังสืออ่านในระยะปกติที่เราเคยอ่านได้ชัดเจน เป็นเหตุ ให้คนส่วนมากต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการถือหนังสือให้อยู่ในระยะที่ไกลออกไปกว่าปกติเพื่อให้ยังคงสามารถหนังสือนั้นได้ วิธีการแก้ปัญหาที่ดีคือ การใช้แว่น สายตาโดยเลนส์ที่ใช้จะเป็นเลนส์สายตาบวกเพื่อชดเชยกำลังของ Accommodation ที่ขาดไป เพื่อให้เราสามารถอ่านหนังสือหรือทำงานในระยะใกล้ที่เราต้องการได้

ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่า เราต้องใช้แว่นตา ท่านอาจสังเกตดังนี้

1. เปรียบเทียบกับคนอื่น เช่น การนั่งดูโทรทัศน์ คนอื่นนั่งดูห่างจอทีวีเท่ากันกับตัวเรา เขามองเห็นชัดแต่เราเห็นไม่ชัด ต้องเลื่อนเข้าหรือถอยออกจึงจะเห็นชัด
2. มีคนทักเราว่าเวลาจะดูอะไรทำไมต้องหรี่ตา หรือทำไมเราจำเขาไม่ได้ ไม่ยอมทักทายเขา
3. เด็กๆ เวลามองดูอะไร ต้องก้มจนชิด หรือหรี่ตา บางคนอาจจะเอียงหน้า กระพริบตาบ่อยๆ นั่งดูโทรทัศน์ นั่งชิดจอมากกว่าเด็กคนอื่นๆ
4. อ่านหนังสือไม่ทน ใช้สายตาแล้ว แสบตา น้ำตาไหล ปวดหัว ปวดเบ้าตา มึนศีรษะ คลื่นไส้ สู้แสงไม่ได้
เมื่อเราคิดว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา และจำเป็นต้องเข้าแว่นหรือเมื่อต้องการแว่นตา ควรไปพบ ช่างวัดแว่น หรือ หมอแว่นตา (OPTOMETRIST.) ซึ่งบุคลากรประเภทนี้ จะผ่านหลักสูตรการวัดแว่น การประกอบแว่น &การรักษาแว่นตา การทำตามาอย่างดี การวัดแว่นจากบุคลากรเหล่านี้ จึงเชื่อถือได้ หรือไปตรวจวัดสายตากับจักษุแพทย์ ( OPHTHAL MO LOGIST ) ก็จะเป็นประโยชน์ผลดีต่อตัวท่าน

ปัญหาหลักๆในการใส่แว่นตาแล้วไม่ชัด
เรามักได้ยินหลายท่านบ่นให้ฟังว่าแว่นตาตัดมาแล้วใส่ไม่ได้ มองไม่ชัดหรือชัดเกินไปใส่แล้วงง แบบนี้แล้วจะทำอย่างไรดี ทราบกันหรือไม่ว่าการที่จะได้แว่นตาชัดๆสักอันขึ้นกับองค์ประกอบหลายอย่างเลยดังต่อไปนี้

อย่างแรก ขึ้นกับผู้ที่มีปัญหาด้ายสายตาเอง ถ้าท่านมีสุขภาพร่างการปกติ แข็งแรงดี โอกาสที่จะได้แว่นตาชัดๆ ก็มีมากกว่าผู้ที่เป็นโรคทางกาย เช่น เบาหวาน ซึ่งจะมีค่าสายตาเปลี่ยนแปลงบ่อย (เปลี่ยนตามระดับน้ำตาลในเลือด) ดังนั้นคนในกลุ่มนี้มักจะบ่นว่าแว่นเพิ่งตัดมาได้ ไม่ทันไรทำไมมัวอีกแล้ว หรือท่านที่เป็นโรคความดันสูงมากๆ มาเป็นระยะเวลานาน จอตาจะเกิดการขาดเลือดส่งผลให้ตามัว (ซึ่งแก้ด้วยแว่นตา ก็ไม่ชัด) ดังนั้นเราต้องหมั่นใส่ใจสุขภาพไปด้วยพร้อมกัน
นอกจากนี้ ความผิดปกติทางสายตาที่แตกต่างกัน ก็ส่งผลต่อระดับความชัด และความมึนงงเมื่อเริ่มใส่แว่นแตกต่างกันด้วย ดังเช่นท่านที่มีสายตาเอียงมากในแกนองศาแนวเฉียง (Oblique) ท่านจะปรับตัวกับแว่นตัวใหม่ค่อนข้างยากกว่าผู้อื่น เพราะการรับรู้ภาพจะเปลี่ยนไป ที่เรามักได้ยินกันบ่อยก็คือ "เห็นพื้นเอียงด้านใดด้านหนึ่ง หรือพื้นใกล้ตัวลึกต่ำลงไปหรือสูงขึ้น" อย่างไรก็ตามภาวะนี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน (ขึ้นกับปริมาณของสายตาเอียง) หลังจากนี้สมองจะปรับตัวได้เอง และเราก็จะเห็นพื้นเรียบเป็นปกติ แต่บางร้านอาจแก้ไขสายตาให้ท่านในปริมาณน้อยๆ ก่อน เพื่อให้ท่านปรับตัวได้ในระยะแรก จะได้ไม่งง แต่ก็ทำให้ระดับความชัดลดลง (เป็นที่มาของการบ่นว่าแว่นยังมัว)
แต่ปัญหาที่สำคัญที่มักพบบ่อยมักเกิดขึ้นในขณะตรวจวัดสายตา ซึ่งผู้ตรวจต้องการข้อมูลย้อนกลับ (feedback) ที่สะท้อนถึงการรับรู้ของท่าน แต่ผู้ที่มีปัญหาด้านสายตาบางท่านอาจไม่เข้าในคำถาม หรือไม่แน่ใจในคำตอบว่าเห็นชัดหรือไม่ หรือเปรียบเทียบผลไม่ได้ หรือไม่มีสมาธิในการทดสอบ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการประเมินเพื่อตัดสินในจ่ายค่าสายตาที่เหมาะสมเพื่อให้ท่านได้แว่นที่คมชัดและสบายตา
ดังนั้นหากเกิดการผิดพลาด ณ ขั้นตอนนี้จะส่งผลให้แว่นที่ได้มานั้น "ชัดแต่มึนงง หรือไม่ชัด" นั่นเอง ดังนั้นขณะทำการตรวจวัดต้องมีสมาธิในการทดสอบ

สาเหตุความไม่ชัดประการที่สองมาจาก ผู้วัดสายตา จากการจดบันทึกข้อมูลผิดพลาด หรือข้ามขั้นตอนการทดสอบบางขั้นตอนไป โดยเฉพาะการประเมินภาวะการเพ่งและการคลายกล้ามเนื้อตา (โดยใช้เลนส์แว่นตา) ซึ่งมักจะทำให้การวัดสายตาในเด็กวัยเรียนหรือผู้ที่ใช้สายตาระยะใกล้มากๆ หรือผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 2-3 ชม.ต่อวัน ซึ่งคนกลุ่มนี้มักมีอาการเพ่งค้าง จาการที่กล้ามเนื้อตาเกิดการเกร็ง ซึ่งหากใช้วิธีการวัดโดยใช้เครื่องตรวจวัดสายตาคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ผลที่ได้มักเกิดการผิดพลาด (ค่าสายตาจะปรากฏผลออกมาเป็นสายตาสั้นมากๆ ทั้งที่เด็กมีสายตาสั้นเพียงเล็กน้อย หรือบางรายเด็กมีสายตาปกติ) หากผู้วัดตาจ่ายเบอร์แว่นตามผลจากคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แว่นที่ตัดไปแล้วย่อมใส่แล้วชัดแต่มึนงงและไม่สบายตา นอกจากนี้ยังส่งผลให้สายตาสั้นขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย

ประการที่สาม ความมัวจากผู้ประกอบแว่นจากการตั้งศูนย์แว่นผิดไม่สอดคล้องกับเลนส์แต่ละชนิด หรือไม่ถูกต้องกับชนิดสายตา หรือศูนย์ตาของลูกค้า ทำให้ใส่แว่นไม่ชัดเท่าที่ควรจะเป็น หรือมัวไปเลยถ้าโครงสร้างเลนส์ซับซ้อน (โปรเกรสซีฟ)

ประการสุดท้าย จากตัวแว่นเอง แว่นที่เบี้ยวหรือหน้าแว่นแอ่นเข้าหรือโค้งออก (จากการนั่งทับ) แว่นที่ขาสูงต่ำไม่เท่ากัน ขากางไปหนึ่งข้าง (จากการถอดแว่นมือโดยใช้มือข้างเดียว) ทำให้ศูนย์ของแว่นเสียไป ส่งผลต่อค่าสายตาเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากแสงตกลงสู่จอตาผิดตำแหน่ง ผลคือผู้ใส่จะเกิดอาการมึนงงและมัว ซึ่งจะมีผลมากในผู้ที่มีสายตาผิดปกติมากๆ หรือผู้ที่ใช้เลนส์แว่นตาโครงสร้างซับซ้อน (โปรเกรสซีฟเลนส์) ท่านลองนึกถึงรถยนต์ หากตั้งศูนย์ดีคนขับก็ขับรถได้สบาย รถไม่โคลงเคลง แต่ถ้าศูนย์แว่นตาไม่ดี ท่านก็จะเกิดอาการเสียศูนย์ได้เพราะตามัว และมึนงงได้

ปัญหาจากตัวแว่นที่พบบ่อยมากในปัจจุบันคือ แว่นเดิมที่ใส่กันมานั้น ไม่ได้ตั้งศูนย์หรือศูนย์ไม่ตรง แต่บางท่านใส่มาหลายปี จึงทำให้สมองเกิดการปรับตัว ท่านจึงรู้สึกชินและรู้สึกชัดกับแว่นตัวที่ใส่ (ทั้งๆ ที่ใส่ตอนแรกๆ ก็ปวดศีรษะเอาเรื่องเหมือนกัน)
ดังนั้นเมื่อมาตัดแว่นตัวใหม่ แม้ว่าแว่นตัวใหม่จะตั้งศูนย์ได้ถูกต้อง ท่านก็จะยังรู้สึกมึนงงและไม่สบายตาในระยะแรก มีบางท่านถึงกับใส่แว่นตัวใหม่ไม่ได้เลยก็มี (ทั้งๆ ค่าสายตาถูกต้อง และศูนย์แว่นก็ถูกต้อง) ซึ่งเป็นผลจากผู้ใส่คุ้ยเคยกับสิ่งที่ผิดพลาดมาตลอด (เกิด Prism effect) ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงต้องรักษาด้วยเลนส์พิเศษ (เลนส์ปริซึม) จึงจะเห็นชัด

เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว เวลาไปตรวจวัดสายตาก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าลืมหยิบแว่นตาตัวเก่าของท่านไปด้วย เพราะจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางร้าน และตัวท่านเอง

ต้องการแว่นตาราคาถูกพิเศษ คุณภาพดีเกรดเอ สั่งตัดจากร้านแว่นตาของเรา ส่งตรงถึงบ้านคุณทั่วประเทศฟรีๆ

 

    สั่งตัดแว่นตาอยู่ที่บ้านท่าน ไม่ต้องไปที่หน้าร้านให้ลำบากและเสียเวลา ถูกประหยัดเงิน ได้แว่นตาดีมีคุณภาพ  

 

                                                               <<  กลับหน้าแรกร้านแว่นตา >>







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ห้างเกียรติธนาการแว่น
ที่อยู่ :  เลขที่ 152 หมู่ 7 ตำบล :  พระแท่น อำเภอ : ท่ามะกา
จังหวัด : กาญจนบุรี .     รหัสไปรษณีย์ : 71130.
เบอร์โทรมือถือ :  091-2689-921
อีเมล : kiatthana-optic@hotmail.com
เว็บไซต์ : www.ร้านแว่นตา.com